Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ผลข้างเคียงจากยาทางจิตเวช 

บทนำ

ผู้ป่วยจิตเวชส่วนหนึ่งต้องใช้ยารักษาทางจิตเวชหรือยารักษาโรคจิตเพื่อควบคุมอาการของโรค และเมื่อทานยาเหล่านี้ไประยะหนึ่งอาจจะมีอาการข้างเคียง (ผลข้างเคียง) ที่เกิดจากยาทางจิตเวชเหล่านั้นที่พบบ่อยเช่น มีอาการซึม สับสน ระดับความรู้สึกตัวผิดปกติ ตัวแข็งเกร็ง ไข้สูง และอาจเสียชีวิต (ตาย) ได้ถ้ารักษาไม่ทันจากการมีภาวะแทรกซ้อน (ผลข้างเคียง) เช่น ไตล้ม เหลว/ไตวาย

ทั้งนี้แม้กระทั่งการใช้ยาแก้อาเจียนในบางครั้งก็เกิดอาการผิดปกติแบบนี้ได้ กลุ่มอาการผิดปกตินี้จึงไม่ใช่โรคที่ไกลตัว วันนี้เรามาทำความรู้จัก “กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอส (NMS: Neuroleptic malignant syndrome)” กันดีกว่าเพื่อไว้แนะนำคนรู้จักแม้กระทั่งตัวเราเอง ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ยารักษาทางจิตเวชดังกล่าว

กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสคืออะไร?

กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอส

กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสคือ กลุ่มอาการผิดปกติที่เป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาทางจิตเวชหรือยารักษาโรคจิต หรือยาแก้อาเจียนบางชนิดส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติทางระบบประสาท และทางระบบประสาทอัตโนมัติ กลไกหลักที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการนี้เข้าใจว่าเกิดจากร่างกายขาดสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า โดปามีน (Dopamine) เนื่องจากผู้ป่วยได้รับยาชนิดที่ออกฤทธิ์ต้านสารโดปามีน (Dopamine antagonist) จึงส่งผลให้เกิดความผิดปกติดังกล่าว

กล่มอาการเอ็นเอ็มเอสมีลักษณะอาการอย่างไรบ้าง?

กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสนี้พบในผู้ป่วยที่ทานยารักษาโรคจิตกลุ่มดั้งเดิม (ยารุ่นที่1) เช่น ฟีโนธัยอะซีน (Phenothiazine) ฮาโลเพอริดอล (Haloperidol) โคซาปีน (Clozapine) ลิเที่ยม (Lithium) เมตโทโคปามาย (Metroclopamide) ซึ่งยาดังกล่าวเป็นยาชนิดออกฤทธิ์ต้านสารโดปามีน (Dopa mine antagonist) ส่งผลให้เกิดการขาดสารสื่อประสาทโดปามีนขึ้นในร่างกาย ส่งผลต่อเนื่องให้ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงลอย (Constant fever) ระดับความรู้สึกตัวลดลง ซึม สับสน ตัวแข็งเกร็ง ตัวสั่น เหงื่อออกมาก ความดันโลหิตขึ้นสูงและเปลี่ยนแปลงได้ง่าย หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว มีการอักเสบของตับ/ตับอักเสบ การตรวจเลือดพบเม็ดเลือดขาวขึ้นสูง กลุ่มอาการนี้อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆของการได้รับยาต้านสารโดปามีนขนาดสูงทันทีที่เริ่มยา หรือเกิดได้ภายหลังเมื่อมีการสะสมของสารต้านโดปามีนที่มีขนาดสูงมากขึ้นๆ นอกจากนั้นการได้ยาโคซาปีน (Clozapine) ร่วมกับยาลิเที่ยม (Lithium) ก็อาจจะเสริมฤทธิ์กันก่อให้เกิดอาการกลุ่มเอ็นเอ็มเอสนี้ได้

กลุ่มอาการเอ็นอ็มเอสเกิดขึ้นได้อย่างไร?

กลไกการเกิดกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสมี 2 กลไกหลักคือ

1. มีการลดลงของสารสื่อประสาทที่ชื่อ โดปามีน (Dopamine) อย่างรวดเร็ว พบในผู้ป่วยที่ได้ยารักษาโรคจิต ซึ่งกลไกนี้เป็นกลไกที่พบได้บ่อย

2. การขาดสารสื่อประสาทโดปามีนในผู้ป่วยที่เคยได้รับยาต้านสารโดปามีนเช่น ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่ได้รับยารักษาโรคทางจิตเวชและหยุดยารักษาโรคพาร์กินสันกระทันหัน ซึ่งพบโอกาสเกิดกลุ่มอาการนี้ได้น้อยมากจากกลไกนี้

นอกจากนี้บางครั้งอาจเกิดจากการใช้ยาต้านโรคซึมเศร้าได้บ้าง

กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสพบได้บ่อยหรือไม่?

กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสพบได้ไม่บ่อย ไม่มีการศึกษาความชุกที่แน่ชัดในคนไทย ในต่างประเทศพบได้ประมาณ 0.1 - 2.4% ของประชากรที่ใช้ยารักษาทางจิตเวช

กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสพบได้ในทุกอายุ แต่พบได้น้อยในเด็ก มักพบในผู้ใหญ่เฉลี่ยอายุประมาณ 40 ปีหรือต่ำกว่า 40 ปี บางรายงานพบกลุ่มอาการนี้ในผู้ชายสูงกว่าในผู้หญิงประมาณ 2 เท่า

ใครมีโอกาส/ปัจจัยเสี่ยงเกิดกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสได้บ่อย?

ผู้มีโอกาส/ปัจจัยเสี่ยงเกิดกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสได้บ่อยคือ ผู้ป่วยทางจิตเวชหรือผู้ป่วยโรคจิตที่มีการรักษาด้วยยารักษาทางจิตเวชหรือยารักษาโรคจิตที่มีลักษณะดังนี้

แพทย์ให้การวินิจฉัยกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสอย่างไร?

แพทย์ให้การวินิจฉัยกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสได้จากอาการผิดปกติทางระบบประสาทและทางระบบประสาทอัตโนมัติดังที่กล่าวไปแล้วในหัวข้อ อาการ ร่วมกับที่สำคัญคือ ประวัติการใช้ยาที่ออกฤทธิ์ต้านสารโดปามีน (Dopamine antagonist) การตรวจร่างกาย และการตรวจร่างกายทางระบบประสาท และที่สำคัญอีกประการ แพทย์ต้องแยกสาเหตุอื่นๆที่อาจมีอาการคล้ายกันกับกลุ่มอาการนี้ออกไปด้วยเช่น ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ) ภาวะติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง และกลุ่มอาการโรคทางจิตเวชเองที่มีลักษณะคล้ายกันกับกลุ่มอาการนี้ เช่น ภาวะ Malignant catatonia

แพทย์ต้องส่งตรวจสืบค้นเพิ่มเติมอะไรหรือไม่?

ในการวินิจฉัยกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอส แพทย์จะอาศัยข้อมูลด้านการแพทย์ดังกล่าวข้างต้นในหัวข้อ การวินิจฉัยโรค ร่วมกับการตรวจสืบค้นเพิ่มเติมเช่น การตรวจเลือดดูระดับของเอ็นไซม์กล้ามเนื้อที่เรียกว่า Creatine kinase: CK ซึ่งจะขึ้นสูงมากกว่าค่าปกติมาก โดยจะขึ้นสูงเป็นหลายๆพันของหน่วยวัดค่านี้ นอกจากนั้นคือการตรวจปัสสาวะในกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอส

ในผู้ป่วยบางรายที่แพทย์สงสัยโรคจากทางสมอง แพทย์จะเจาะตรวจน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลังด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมด้วยเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีภาวะการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system)

เมื่อแพทย์ได้ข้อมูลครบถ้วนในการวินิจฉัยแยกโรค ก็สามารถให้การวินิจฉัยกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสนี้ได้ โดยขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการวินิจฉัยกลุ่มอาการนี้คือ แพทย์ต้องคิดถึงกลุ่มอาการนี้ไว้เสมอในผู้ป่วยที่ใช้ยารักษาอาการทางโรคจิต/อาการทางจิตเวช และผู้ป่วยเกิดมีอาการผิดปกติดังกล่าวข้างต้นตามมาหลังการได้รับยารักษา เพราะถ้าไม่คิดถึงก็อาจไม่สามารถให้การวินิจฉัยกลุ่มอาการนี้ได้

กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสรักษาอย่างไร?

กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสมีการรักษาที่สำคัญคือ การหยุดยาที่เป็นสาเหตุทันทีร่วมกับการรักษาป้องกันและแก้ไขภาวะไตวาย การให้ยาเพิ่มสารโดปามีน (Dopamine agonist) ให้ยาคลายกล้ามเนื้อชนิดออกฤทธิ์แรงตามดุลพินิจของแพทย์ กรณีอาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น การให้สารน้ำที่เพียงพอก็เป็นการรักษาที่จำเป็น

ผลการรักษาดีหรือไม่?

ผลการรักษา/การพยากรณ์โรคของกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสส่วนใหญ่จะดี ถ้าแพทย์ให้การวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและรีบหยุดยาที่เป็นสาเหตุ ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยจะหายดีในระยะเวลาประมาณ 1 - 2 เดือน แต่ถ้าผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อน (ผลข้างเคียง) ผู้ป่วยก็มีโอกาสเสียชีวิต (ตาย) ได้สูงประมาณ 20 - 30% จากภาวะแทรกซ้อนเช่น ปอดติดเชื้อ (ปอดบวม) ไตวาย เกลือแร่ในเลือดผิดปกติ

จะทำอย่างไรเมื่อต้องหยุดยาที่เป็นสาเหตุกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอส?

ในการรักษากลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสที่จำเป็นต้องหยุดยาที่เป็นสาเหตุ ปัจจุบันมียารักษาอาการทางจิตเวช/อาการทางโรคจิตกลุ่มใหม่ๆที่มีผลข้างเคียงเกิดกลุ่มอาการนี้ต่ำกว่ายาฯในรุ่นที่ 1 แพทย์ก็จะเลือกใช้ยารักษาอาการทางจิตเวชกลุ่มใหม่นั้นๆแทน แต่ถ้าอาการทางจิตเวชนั้นๆไม่มียาอื่นๆที่ใช้ทดแทนได้เลย จิตแพทย์ผู้รักษาอาจเลือกใช้วิธีช็อคไฟฟ้ารักษาแทนการใช้ยาก็พบว่าได้ผลดี

ผู้ป่วยต้องรักษานานหรือไม่?

การรักษากลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสนั้นใช้ระยะเวลารักษาไม่นาน ถ้าหยุดยาที่เป็นสาเหตุและแก้ไขปัญหาอาการแทรกซ้อนต่างๆที่เกิดขึ้นได้หมด ก็รักษาจะเพียงประมาณ 1 - 2 เดือนเท่านั้น ที่สำคัญคือ การรักษาควบคุมกลุ่มอาการทางจิตที่เป็นเหตุให้ต้องใช้ยาต้านสารโดปามีนเป็นสำคัญ

ผู้ป่วยควรปฏิบัติตัวอย่างไร?

ผู้ป่วยกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสควรต้องดูแลตนเอง/ปฏิบัติตัวที่สำคัญดังนี้

  • ปฏิบัติตนตามแพทย์พยาบาลแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ยาชนิดที่เป็นสาเหตุเพราะถ้าใช้ยาดังกล่าวอีกก็ก่อให้เกิดกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสได้อีก
  • กินยาที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วนถูกต้อง ไม่ขาดยา ไม่หยุดยาเอง
  • ไม่ซื้อยาใช้เอง
  • พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัด

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

เมื่อแพทย์อนุญาตให้กลับมาดูแลตนเองที่บ้าน ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด เมื่อ

กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสป้องกันได้หรือไม่?

กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสนี้สามารถป้องกันได้โดยการหลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มที่เป็นปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยง ถ้าจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มที่เป็นปัจจัยเสี่ยงก็ต้องใช้ยาขนาดต่ำๆ ไม่เพิ่มขนาดอย่างรวดเร็ว และต้องรู้ด้วยว่าผลข้างเคียงที่รุนแรงของการใช้ยารักษาอาการทางจิตเวชที่สำคัญคือ กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสนี้ เมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติเพียงเล็กน้อยก็ต้องรีบหยุดยาที่เป็นปัจจัยเสี่ยง

อนึ่ง กรณีผู้ป่วยโรคพาร์กินสันต้องระมัดระวังการใช้ยารักษาอาการทางจิตเวชหรือรักษาภาวะสับสน, กรณีการใช้ยาแก้อาเจียนในผู้ป่วยที่มีปัญหาทางสมองก็ควรต้องระวังการใช้ยาแก้อาเจียนโดยไม่ควรใช้ในระยะเวลานาน หรือใช้ในลักษณะเป็นการฉีดคือ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็ไม่ควรฉีดยาแก้อาเจียนโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ใช้ยารักษาอาการทางจิตอยู่ก่อนแล้ว

ญาติและครอบครัวมีส่วนช่วยดูแลผู้ป่วยอย่างไร?

ญาติและคนในครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการช่วยดูแลผู้ป่วยกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสคือ การดูแลอาการทางจิตใจอารมณ์ของผู้ป่วยให้ดี อย่าให้อาการทางจิตกำเริบ พยายามลดการใช้ยาทางจิตเวชลงให้ได้ ไม่ซื้อยาทุกชนิดโดยเฉพาะยาทางจิตเวชให้ผู้ป่วยทานเอง หรือปรับขนาดยาทางจิตเวชเองเช่น เมื่ออาการรุนแรงก็เพิ่มยา เป็นต้น เพราะการทำแบบนี้จะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอส

กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสนั้นเป็นภาวะที่เกิดจากการใช้ยาทางจิตเวชหรือยาทางโรคจิต ดังนั้นแพทย์ผู้ใช้ยาจะทราบกลุ่มอาการนี้เป็นอย่างดี ผู้ป่วยและญาติก็ต้องทราบในเรื่องผลข้างเคียงจากยาเหล่านี้เช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอสนี้เนื่องจากอาจมีอันตรายต่อชีวิตได้



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom