Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมใต้สมอง  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ขาดฮอร์โมนหลายชนิดหลังคลอด 

กลุ่มอาการชีแฮนคืออะไร?

กลุ่มอาการชีแฮน (Sheehan Syndrome) มีชื่ออื่นอีกได้แก่ Postpartum hypopituitarism หรือ Postpartum pituitary insufficiency หรือ Postpartum pituitary gland necrosis เกิดจากการที่ต่อมใต้สมอง (Pituitary gland) เกิดการขาดเลือดมาเลี้ยงอย่างเฉียบพลันทำให้เสียการทำงานของต่อมใต้สมองโดยเฉพาะที่ต่อมใต้สมองส่วนหน้า เหตุการณ์นี้มักเกิดในกรณีที่มีการเสียเลือดระหว่างตั้งครรภ์หรือมีการตกเลือดหลังคลอดอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการคลอดทางช่องคลอดหรือผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องก็สามารถเกิดได้ ปริมาณเลือดที่เสียจะมากจนผู้ป่วยมีภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำมาก ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายรวมทั้งที่สมอง (รวมถึงต่อมใต้สมอง) ไม่เพียงพอ ในช่วงตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอดใหม่ๆต่อมใต้สมองจะมีขนาดใหญ่ขึ้นจึงทำให้มีความเสี่ยงในการขาดเลือดไปเลี้ยงได้ง่ายกว่าช่วงที่ไม่ตั้งครรภ์ ทั้งนี้ต่อมใต้สมองสมองหน้าเป็นต่อมไร้ท่อที่มีความสำคัญมากต่อร่างกายเพราะเป็นแหล่งสร้างฮอร์โมนหลายชนิดที่ควบคุมการทำงานต่างๆของร่างกายเช่น ฮอร์โมนเพศ (Follicular stimulating hormone/FSH, Lutienizing hormone/LH) ฮอร์โมนการสร้างน้ำนม (Prolactin) ฮอร์โมนกระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์ (Thyroid stimulat ing hormone/TSH) หากต่อมใต้สมองสูญเสียการทำงานจะมีผลทำให้ฮอร์โมนต่างๆเหล่านั้นในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป จึงเกิดเป็นอาการผิดปกติต่างๆที่รวมถึงการเกิดกลุ่มอาการซีแฮน

อุบัติการณ์การเกิดกลุ่มอาการชีแฮนในสมัยอดีตจะพบมาก แต่ปัจจุบันพบลดลงมากเนื่องจากการดูแลทางสูติกรรมที่ดีขึ้น โดยพบได้ประมาณ 5.1 รายต่อสตรีคลอดบุตร 100,000 ราย

กลุ่มอาการชีแฮนมีอาการอย่างไร?

กลุ่มอาการชีแฮน

ความรุนแรงของอาการของกลุ่มอาการชีแฮนมีได้ตั้งแต่อาการน้อยๆจนถึงอาการมาก ขึ้นอยู่กับว่าการทำงานของต่อมใต้สมองส่วนที่สร้างฮอร์โมนชนิดใดเสียไปหรือได้รับผลกระทบจากการขาดเลือด ซึ่งอาการที่พบได้มีดังนี้

1. การไม่มีน้ำนมไหล ไม่มีน้ำนมเลี้ยงดูบุตรหลังคลอดหรือหลังผ่าตัดคลอดบุตร เป็นอาการบ่อยที่สุดและเห็นได้ชัดรวดเร็ว เกิดจากต่อมใต้สมองไม่สามารถสร้างฮอร์โมนในการผลิตน้ำนม

2. ไม่มีประจำเดือนหลังคลอด เกิดจากต่อมใต้สมองไม่สามารถผลิตฮอร์โมนที่จะไปกระตุ้นรังไข่ให้สร้างฮอร์โมนเพศหญิงได้

3. มีอาการฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ/ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมนเช่น มีอาการเดินช้า พูดช้า คิดช้า เซื่องซึม กินจุ อ้วน ผมร่วง เกิดจากต่อมใต้สมองไม่สามารถสร้างฮอร์โมนไปควบคุมการสร้างฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ได้

4. การทำงานต่อมหมวกไตผิดปกติ ทำให้การรักษาสมดุลของเกลือแร่ในร่างกายเสียไปซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตได้หากต่อมใต้สมองสูญเสียการสร้างฮอร์โมนควบคุมในส่วนนี้

5. มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า เบื่ออาหาร

ใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิดกลุ่มอาการชีแฮน?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดกลุ่มอาการชีแฮนได้แก่

1. สตรีที่มีภาวะตกเลือดก่อนคลอดและ/หรือตกเลือดหลังคลอดอย่างรุนแรง (เช่น คลอดบุตร ตัวโต ตั้งครรภ์แฝด ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ ภาวะซีด ภาวะรกเกาะต่ำ เป็นต้น) แล้วได้รับการรักษาหรือทดแทนสารน้ำและเลือดไม่ทันท่วงทีทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ เลือดไปเลี้ยงสมอง/ต่อมใต้สมองไม่เพียงพอเฉียบพลัน

2. สตรีที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติทั่วร่างกาย (Disseminate intravascular coagu lopathy หรือ DIC) เมื่อมีเลือดออกแล้วเลือดไม่แข็งตัวทำให้เสียเลือดมาก พบได้จากหลายสาเหตุเช่น ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด (Placental abruption) หรือมีภาวะที่น้ำคร่ำอุดหลอดเลือด (Amniotic fluid embolism)

3. สตรีที่เป็นเบาหวานตั้งแต่อายุน้อย (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง เบาหวานในเด็กและวัยรุ่น) จะมีผลต่อเส้นเลือด/หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายมาก จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการขาดเลือดที่ต่อมใต้สมองด้วยได้

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

โรคกลุ่มอาการชีแฮนบางครั้งวินิจฉัยได้ง่ายมากจากที่ผู้ป่วยมีประวัติตกเลือดหลังคลอดชัดเจน บางครั้งต้องใช้เวลาหลายปีจึงรู้สาเหตุ แต่หากหลังคลอดไม่มีน้ำนมเลี้ยงทารกซึ่งเป็นอาการผิดปกติที่เห็นได้ชัดเจน หรือหลังคลอดไม่มีประจำเดือนมาเลยในระยะเวลาที่ควรมีประจำเดือนแล้ว ก็ควรรีบไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล แต่บางคนอาการไม่ชัดเจนอาจมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ความดันโลหิตต่ำ ที่หาสาเหตุไม่ได้ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์/ไปโรงพยาบาลเช่นกันโดยผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์ถึงประวัติเคยตกเลือดหลังคลอดด้วย

แพทย์วินิจฉัยกลุ่มอาการชีแฮนอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยกลุ่มอาการชีแฮนได้โดย

ก. ประวัติทางการแพทย์: ที่สำคัญคือ ผู้ป่วยมีประวัติเสียเลือดมากระหว่างตั้งครรภ์หรือ ระยะหลังคลอด ไม่มีน้ำนมเลี้ยงดูบุตร เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย อ่อนล้า อาการของการขาดฮอร์โมนไทรอยด์ (ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน) ประจำเดือนไม่มาหรือประจำเดือนมาผิดปกติ ทั้งนี้อาการผิดปกติต่างๆอาจเกิดหลังคลอดทันทีหรือกว่าจะแสดงอาการอาจใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปีได้

ข. การตรวจร่างกาย: ขึ้นอยู่กับว่าขาดฮอร์โมนชนิดใดมาก หากขาดเฉพาะฮอร์โมนที่สร้างน้ำนมตรวจเต้านมหลังคลอดจะไม่มีน้ำนมไหล หากขาดฮอร์โมนไทรอยด์จะพบว่ามีลักษณะ ร่างกายบวมฉุ เชื่องช้า หากขาดฮอร์โมนเพศพบว่าเต้านมไม่เต่งตึงและการตรวจภายในพบช่องคลอดแห้ง ผนังช่องคลอดบาง

ค. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: เป็นการตรวจเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอาการผู้ป่วยเช่น ฮอร์โมนเพศหญิง ไทรอยด์ฮอร์โมน จะพบว่าระดับฮอร์โมนที่ได้รับผลกระทบจะอยู่ในเกณฑ์ต่ำ

รักษากลุ่มอาการชีแฮนอย่างไร?

การรักษากลุ่มอาการชีแฮนขึ้นกับอาการผู้ป่วยหรือฮอร์โมนที่ขาดเช่น ในกรณีที่ไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำต้องรักษาโดยการเสริมไทรอยด์ฮอร์โมน หรือต้องให้ฮอร์โมนเพศหญิงชดเชยหากฮอร์ โมนเพศหญิงต่ำ เป็นต้น

กลุ่มอาการชีแฮนก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากกลุ่มอาการชีแฮนขึ้นกับว่าร่างกายขาดฮอร์โมนชนิดใด การขาดฮอร์โมนบางอย่างมีผลรุนแรงจนทำให้เสียชีวิตได้เช่น การขาดฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตจะทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ การควบคุมความสมดุลของน้ำและสมดุลของเกลือแร่ในร่างกายเสียไป แต่การขาดฮอร์โมนบางอย่างไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตเช่น ทำให้ไม่มีน้ำนมไหล ไม่มีน้ำนมเลี้ยงดูบุตร หรือไม่มีประจำเดือน

กลุ่มอาการชีแฮนมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

กลุ่มอาการชีแฮนมีการพยากรณ์โรคที่ดีถึงแม้จะรักษาไม่หาย แต่เมื่อให้ฮอร์โมนทดแทน อาการต่างๆของผู้ป่วยที่เกิดเนื่องจากขาดฮอร์โมนก็จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและกลับมาเป็นปกติหรือใกล้เคียงปกติ

ทารกที่เกิดจากแม่ที่มีกลุ่มอาการชีแฮนมีปัญหาด้านสุขภาพหรือไม่?

สุขภาพของทารกที่เกิดจากแม่ที่เกิดกลุ่มอาการชีแฮนจากสาเหตุก่อน/ระหว่างการคลอดบุตรขึ้นกับหลายปัจจัยเช่น อายุครรภ์ครบกำหนดหรือไม่ การรักษาทดแทนสารน้ำและเลือดต่อมารดาช่วงตกเลือดเพียงพอหรือไม่ หรือหากมีเลือดออกก่อนคลอดจำเป็นต้องผ่าตัดคลอดก่อนกำหนดหรือไม่

แต่สำหรับในกรณีตกเลือดหลังคลอด สุขภาพทารกมักไม่มีปัญหา จะเป็นปัญหากับสุขภาพแม่มากกว่า

กลุ่มอาการชีแฮนสามารถเกิดซ้ำในครรภ์ต่อไปได้หรือไม่?

หากอาการจากกลุ่มอาการชีแฮนที่พบครั้งแรกไม่รุนแรงหรือการทำงานของต่อมใต้สมองส่วนหน้าเสียเพียงบางส่วน บางส่วนยังทำงานได้ดี ก็สามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติ และหากสามารถตั้งครรภ์ได้ก็มีความเสี่ยงจะเกิดกลุ่มอาการชีแฮนได้อีกหากมีการเสียเลือดมากเช่นเคย

แต่หากเกิดกลุ่มอาการชีแฮนอย่างรุนแรงในครรภ์แรกแล้วมักไม่สามารถตั้งครรภ์ในครั้งต่อไปได้

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเกิดกลุ่มอาการชีแฮน?

การดูแลตนเองที่สำคัญเมื่อมีกลุ่มอาการชีแฮนคือ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

ผู้ป่วยกลุ่มอาการชีแฮนควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อมีอาการผิดปกติเช่น รู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลียมากผิดปกติและ/หรืออ่อนล้าโดยหาสาเหตุไม่ได้

สามารถป้องกันเกิดกลุ่มอาการชีแฮนได้หรือไม่?

อาจจะพอป้องกันกลุ่มอาการชีแฮนได้ทางอ้อมคือ ไปฝากครรภ์สม่ำเสมอตามแพทย์นัด และหากมีความผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์โดยเฉพาะภาวะเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ ต้องรีบด่วนที่จะปรึกษาแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Sheehan%27s_syndrome [2016,March5]
  2. http://emedicine.medscape.com/article/127650-overview [2016,March5]
  3. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/21183555 [2016,March5]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน Yukkie
Frame Bottom