Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กระเพาะอาหาร  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดท้องตรงลิ้นปี่ 

บทนำ

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastritis) คือ โรคที่เกิดจากมีการอักเสบ บวม แดง ของเยื่อเมือกบุภายในกระเพาะอาหาร เป็นโรคพบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ และพบโรคเกิดได้ใกล้เคียงกันทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ เป็นโรคพบได้บ่อย แต่สถิติการเกิดโรคไม่ชัดเจน ทั้งนี้เพราะเมื่อผู้ป่วยพบแพทย์ แพทย์มักให้การรักษาตามอาการ เมื่ออาการดีขึ้น จึงไม่มีการตรวจเพื่อการวินิจฉัยที่แน่ชัด ซึ่งคือการส่องกล้องกระเพาะอาหารและตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา การส่องกล้องและการตัดชิ้นเนื้อ มักเป็นการตรวจภายหลังเมื่อให้การรักษาในเบื้องต้นแล้ว ผู้ป่วยยังคงมีอาการอยู่ ไม่ดีขึ้น มีอาการเลวลง หรือมีอาการเป็นๆหายๆเรื้อรังเป็นเดือน ทั้งนี้ มีรายงานจากประเทศสหรัฐอเมริกา พบผู้ป่วยที่มีอาการและแพทย์วินิจฉัยขั้นต้นว่า เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ สูงถึงประมาณ 1.8-2.1 ล้านคนต่อปี

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ เมื่อมีอาการและรักษาได้หายภายในประมาณ 1-3 สัปดาห์ เรียกว่า “โรคกระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน (Acute Gastritis)” แต่เมื่อมีอาการเรื้อรัง เป็นๆหายๆ นานเป็นเดือน หรือ เป็นปี เรียกว่า “โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง(Chronic Gastritis)”

โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง จะส่งผลให้เซลล์เยื่อเมือกบุกระเพาะอาหารมีปริมาณลดลง เกิดการฝ่อลีบ และเซลล์เยื่อเมือกอาจมีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติได้สูง ซึ่งเพิ่มโอกาสกลายพันธ์เป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้สูงกว่าคนทั่วไป ถึงประมาณ 10 เท่า และถ้ากระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังนี้เกิดจากติดเชื้อแบคทีเรีย เอช ไพโลไร (Helicobacter pylori หรือ H. pylori, อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง โรคติดเชื้อ เอชไพโลไร) ซึ่งอาจติดต่อได้จากการสัมผัสน้ำลาย และ/หรือ อุจจาระของคนที่เป็นโรค จากการปนเปื้อนแบคทีเรียนี้ในอาหารและน้ำดื่ม ซึ่งการติดเชื้อนี้ของกระเพาะอาหารจะมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองของกระเพาะอาหาร หรือโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ประมาณ 1-2 %

นอกจากนั้น การลดปริมาณลงของเซลล์เยื่อเมือกจะลดการสร้างสารซึ่งเป็นตัวช่วยการดูดซึมวิตามิน บี 12 ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายใช้ในการช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ผู้ป่วยจึงอาจเกิดภาวะซีดได้อีกด้วย

โรคกระเพาะอาหารอักเสบเกิดจากอะไร?

กระเพาะอาหารอักเสบ1

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ได้แก่

โรคกระเพาะอาหารอักเสบมีอาการอย่างไร?

ผู้ป่วยบางคนเมื่อมีโรคกระเพาะอาหารอักเสบ โดยเฉพาะแบบเรื้อรัง อาจไม่มีอาการ แต่เมื่อมีอาการ อาการที่พบได้ของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ จะคล้ายกับอาการจากโรคแผลเปบติค ที่พบได้ คือ

แพทย์วินิจฉัยโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้จาก ประวัติอาการ ประวัติโรคประจำตัวต่าง เช่น การกินยาต่างๆ ความเครียดในชีวิตประจำวัน/ครอบครัว การตรวจร่างกาย การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร อาจร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อจากส่วนที่มีการอักเสบเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ คือ การรักษาสาเหตุ และการรักษาประคับประคองตามอาการ

การรักษาตามสาเหตุ เช่น ให้ยาปฏิชีวนะเมื่อโรคเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรีย เอช ไพโลไร หรือการปรับเปลี่ยนยาแก้ปวด เมื่อโรคเกิดจากยาในกลุ่มเอนเสดส์ เป็นต้น

การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น ให้ยาลดกรด ยาเคลือบกระเพาะอาหาร ยาช่วยย่อยอาหาร และยาบรรเทาอาการปวดท้อง เป็นต้น

นอกจากนั้น คือ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต คือ เลิกสุรา/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เลิกบุหรี่ และจำกัดเครื่องดื่มมีกาเฟอีน

มีผลข้างเคียงจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบไหม?

ผลข้างเคียง(ผลแทรกซ้อน) จากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ คือ เมื่อโรครุนแรง อาจมีเลือดออกจากเยื่อเมือกบุกระเพาะอาหาร ส่งผลให้อาเจียนเป็นเลือด หรือ อุจจาระดำเหมือนยางมะตอย ซึ่งเมื่อยังรักษาควบคุมสาเหตุไม่ได้ ผลข้างเคียงที่พบได้จากโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง คือ การเกิดแผลในกระเพาะอาหาร (โรคแผลเปบติค) ภาวะซีด และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองของกระเพาะอาหาร หรือโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ดังกล่าวแล้ว

โรคกระเพาะอาหารอักเสบรุนแรงไหม?

โดยทั่วไป โรคกระเพาะอาหารอักเสบ เป็นโรคไม่รุนแรง รักษาได้เสมอ/มีการพยากรณ์โรคที่ดี โดยการใช้ยาและการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่เมื่อเกิดผลข้างเคียง อาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้จากเลือดออกไม่หยุดจากบริเวณมีการอักเสบ และเมื่อเกิดการอักเสบเรื้อรัง เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร และโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองของกระเพาะอาหารได้

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเมื่อเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และการพบแพทย์ ได้แก่

ป้องกันโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้อย่างไร?

การป้องกันโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ที่สำคัญ คือ

บรรณานุกรม

  1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
  2. http://en.wikipedia.org/wiki/Gastritis [2016,July30].
  3. http://emedicine.medscape.com/article/176156-overview#showall [2016,July30].
  4. http://emedicine.medscape.com/article/175909-overview#showall [2016,July30].
Updated 2016, July30


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน meimei_momayji boonratpatchara2977 zlagngised_muk
Frame Bottom