Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

หู  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

มีน้ำเหลืองออกจากหู 

บทนำ

กรดอะซิติก (Acetic acid) หรือกรดน้ำส้ม เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่เป็นของเหลว ใส ไม่มีสี สูตรทางเคมีคือ CH3COOH หากนำกรดอะซิติกชนิดรับประทาน (Food grade) มาเจือจางกับน้ำบริสุทธิ์ที่มีความเข้มข้น 3 - 9 % เราจะได้ “น้ำส้มสายชู (Vinegar)” ที่นำมาปรุงอาหารรับประทานกัน หรือในทางอุตสาหกรรมก็ใช้กรดอะซิติกมาเป็นตัวทำละลายในกระบวนการผลิตสารการบูร (Camphor)

ในทางคลีนิกได้นำกรดอะซิติกที่มีความบริสุทธิ์สูง (Pharmaceutical grade) มาใช้ทางเภสัชกรรมเช่น นำมาเจือจางกับสารประกอบโพรไพลีน ไกลคอล (Propylene glycol) โดยมีสารประกอบอื่นๆร่วมด้วยอีกเช่น Benzethonium chloride, Sodium acetate, Citric acid หรือบางสูตรตำรับใช้กรดอะซิติกผสมลงในสารละลายอะลูมิเนียม อะซิเตรท (Aluminium acetate) และมีสารประกอบอื่นๆ เช่น Boric acid, Sodium hydroxide, Aluminium sulfate, Calcium carbonate และน้ำบริสุทธิ์ ซึ่งสูตรตำรับเหล่านี้ถูกใช้เป็น “ยาหยอดหู” ด้วยยาสารละลายกรดอะซิติก/ยากรดอะซิติกมีค่าความเป็นกรด-ด่างหรือที่เราเรียกกันว่าค่าพีเอช (pH) เท่ากับ 3 หรือบางสูตรตำรับมีค่าพีเอช (pH) เฉลี่ยอยู่ในช่วง 3.5 - 5 จึงสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียได้ในระดับหนึ่ง

มีข้อห้ามบางประการที่ทำให้ผู้ป่วยต้องหลีกเลี่ยงการใช้ยากรดอะซิติกสำหรับหยอดหูเช่น

อย่างไรก็ตามการใช้ยาสารละลายกรดอะซิติกเพื่อหยอดหูนั้น ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจหูจากแพทย์พร้อมกับแพทย์ลงความเห็นว่าสามารถใช้ยาสารละลายชนิดนี้ได้ เพื่อความปลอดภัยและเหมาะ สมต่อการรักษาผู้ป่วยไม่ควรไปซื้อหายาสารละลายนี้มาใช้ด้วยตนเอง

กรดอะซิติกมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

กรดอะซิติก

ยากรดอะซิติกมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เช่น

กรดอะซิติกมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาสารละลายกรดอะซิติกคือ ตัวยาจะมีฤทธิ์เป็นกรดจึงสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราได้ระดับหนึ่งจากกลไกในระดับเซลล์ จึงส่งผลให้เชื้อโรคดังกล่าวไม่สามารถเจริญเติบโตจึงหยุดการแพร่พันธุ์ และส่งผลให้เกิดฤทธิ์ของการรักษาตามสรรพคุณ

กรดอะซิติกมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยากรดอะซิติกมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นสารละลายที่มีความเข้มข้น 2% ขนาดบรรจุ 15 และ 60 มิลลิลิตร/ขวด

กรดอะซิติกมีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

ยากรดอะซิติกมีขนาดการบริหารยา/ใช้ยาเช่น

ก. ผู้ใหญ่และเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป:

  • เริ่มต้นให้ใช้สำลีสะอาดชุบยาสารละลายกรดอะซิติกที่มีความเข้มข้น 2% จนเปียกพอหมาด
  • จากนั้นสอดสำลีดังกล่าวลงในรูหูที่มีการอักเสบ ทิ้งไว้เป็นเวลา 24 ชั่วโมงแล้วจึงจะเอาสำลีนั้นออก
  • และในระหว่างเวลา 24 ชั่วโมงวันเดียวกันนั้นต้องหยดยาสารละลายกรดอะซิติก 3 - 5 หยด ทุกๆ 4 - 6 ชั่วโมงเพื่อทำให้สำลีนั้นชุ่มและสามารถปลดปล่อยยากรดอะซิติกได้ตลอดเวลา เมื่อครบ 24 ชั่วโมงให้นำสำลีออกจากหู ต่อจากนั้นให้หยดยาสารละลายกรดอะซิติกในหูต่อเนื่องครั้งละ 5 หยดวันละ 4 ครั้ง
  • สำหรับเด็ก อาจหยดสารละลายกรดอะซิติก 3 - 4 หยดวันละ 4 ครั้งก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องหยดยาใส่สำลีแล้วทิ้งค้างไว้ในรูหูเช่นในผู้ใหญ่

*อนึ่งระยะเวลาของการหยอดยานี้ให้เป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์

ข. เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: การใช้ยาสารละลายกรดอะซิติกกับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีลงมายังมิได้มีการจัดทำในทางคลีนิก การใช้ยานี้ในเด็กกลุ่มนี้จึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีไป

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาอะซิติก ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมหยอดยาควรทำอย่างไร?

กรณีที่ลืมหยอดยาสารละลายกรดอะซิติกสามารถหยอดสารละลายดังกล่าวเมื่อนึกขึ้นได้ หากเวลาใกล้เคียงกับการหยอดยาในครั้งถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการใช้ยาเป็น 2 เท่า

กรดอะซิติกมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาสารละลายกรดอะซิติกอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) เช่น ทำให้เกิดอาการระคายเคือง แสบ คัน ในบริเวณรูหูที่หยอดยา

มีข้อควรระวังการใช้กรดอะซิติกอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยากรดอะซิติกเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยาสารละลายกรดอะซิติก
  • ห้ามใช้ยาสารละลายกรดอะซิติกกับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร และเด็ก โดยไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์
  • ห้ามใช้ยานี้ที่มีลักษณะที่เปลี่ยนไปจากเดิมเช่น เกิดตะกอนขุ่นหรือมีสีที่เปลี่ยนไป
  • ห้ามใช้กับผู้ที่มีภาวะแก้วหูทะลุ
  • ห้ามปรับขนาดการใช้ด้วยตนเองและควรใช้ในระยะเวลาที่แพทย์กำหนดเท่านั้น
  • หลังการใช้ยาสารละลายกรดอะซิติกแล้วอาการอักเสบของหูไม่ดีขึ้น ควรต้องกลับมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลเพื่อแพทย์พิจารณาปรับแนวทางการรักษา
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และมาโรงพยาบาลตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

**** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาสารละลายกรดอะซิติกด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ

กรดอะซิติกมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ด้วยยาสารละลายกรดอะซิติกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นยาหยอดหู กล่าวคือเป็นยาใช้ภายนอก จึงยังไม่มีรายงานพบปฏิกิริยาระหว่างยานี้กับยารับประทานชนิดใดๆ

ควรเก็บรักษากรดอะซิติกอย่างไร?

ควรเก็บผลิตภัณฑ์ยาสารละลายกรดอะซิติกในช่วงอุณหภูมิ 15 - 30 องศาเซลเซียส(Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บผลิตภัณฑ์ยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บผลิตภัณฑ์ยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บผลิตภัณฑ์ยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

กรดอะซิติกมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยากรดอะซิติกที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Acetic acid solution (อะซิติก เอซิด โซลูชั่น)Bausch & Lomb Incorporated

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Acetic_acid#Use_as_solvent [2016,April30]
  2. http://www.drugs.com/cdi/acetic-acid-otic-solution.html [2016,April30]
  3. https://dailymed.nlm.nih.gov/dailymed/archives/fdaDrugInfo.cfm?archiveid=7954 [2016,April30]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom